วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การใช้อินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัย



จากการดูวีดีโอนี้ ทำให้เรารู้ว่า อินเทอร์เน็ตนั้นเหมือนกับดาบสองคม 

มีทั้งประโยชน์และอันตราย

วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

ทันภัยการใช้อินเตอร์เน็ต


ข้อควรปฏิบัติในการใช้อินเทอร์เน็ตให้ปลอดภัย

ทุกวันนี้อินเทอร์เน็ตได้กลายมาเป็นสิ่งจำเป็นและขาดไม่ได้สำหรับชีวิตประจำวันของผู้คนในสังคม ในการติดต่อสื่อสาร การดำเนินธุรกิจ การศึกษา ตลอดจนเป็นแหล่งของความบันเทิงในด้านต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันภัยที่มากับอินเทอร์เน็ตนั้นก็มีอยู่มากมาย ดังนั้นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจึงควรตระหนักถึงภัยจากสื่ออินเทอร์เน็ตและรู้จักวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือภัยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ควรเปลี่ยนพาสเวิร์ดใหม่อย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน ทำการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสอย่างน้อย 1 โปรแกรมบนเครื่อง ไม่ควรดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบระบบความปลอดภัยของเว็บไซต์นั้นๆ ก่อนทำการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เพราะอาจถูกดักจับเลขบัตรเครดิตขณะใช้งานได้
ข้อควรปฏิบัติในการใช้อินเทอร์เน็ตให้ปลอดภัย
เนื่องจากอินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน ในการติดต่อสื่อสาร การดำเนินธุรกิจ การศึกษา ตลอดจนให้ความบันเทิงด้านต่างๆ  ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจึงควรตระหนักถึงภัยจากสื่ออินเทอร์เน็ตและรู้จักวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือภัยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่อาจเกิดขึ้นได้

ข้อควรปฏิบัติทั่วไปในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยมีดังนี้
1. การตั้งกระทู้ หรือตอบกระทู้ ควรใช้คำที่สุภาพ และไม่สร้างความเดือดร้อน ให้กับผู้อื่น
2. ไม่ควรให้ชื่อบัญชีผู้ใช้ (User Account) อินเทอร์เน็ตกับบุคลอื่นไปใช้งาน และควรเปลี่ยนพาสเวิร์ดอย่างน้อยทุกๆ 1 เดือน การตั้งพาสเวิร์ดใหม่ ควรมีอักขระไม่ต่ำกว่า 7-8 ตัวโดยใช้ตัวเลขผสมตัวอักษร เช่น “255wcit1” ถ้าในกรณีที่รู้ว่าบัญชีผู้ใช้ของตนเองมีปัญหาในการใช้งาน ให้ติดต่อศูนย์คอมพิวเตอร์หรือผู้ให้บริการทันที
3. ระวังการชำระเงินในการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เพราะอาจจะมีผู้อื่น คอยดักจับเลขที่บัตรเครดิตขณะที่กำลังใช้งานได้ ดังนั้นควรตรวจสอบระบบความปลอดภัยของเว็บไซต์นั้นๆ ว่ามีระบบความปลอดภัยหรือไม่ ก่อนทำการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์
4. ควรทำการตรวจสอบระบบความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างสม่ำเสมอ เช่น Windows Internet Explorer, Firefox, Chromeเป็นต้น
5. ทำการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสบนเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 1 โปรแกรม
6. ไม่ควรดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
7. ไม่ควรคลิกรับโปรแกรม หรือเปิดไฟล์ต่าง ๆ จากบุคคลอื่นที่ไม่รู้จักผ่านการใช้งานโปรแกรมแชทหรือโปรแกรมแชร์ไฟล์ต่างๆ  รวมทั้งทางอีเมล์ และไม่ควรรับไฟล์ใด ๆ แม้จากคนที่เรารู้จักหากไม่ได้รับการยืนยันจากผู้ส่งว่าได้ส่งไฟล์มา เพราะปัจจุบันมีไวรัสหรือมัลแวร์ที่สามารถปลอมตัว หรือใช้โปรแกรมของผู้ส่งไปยังผู้รับได้ เมื่อรับมาก็คือการรับไวรัสเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง
8. ควรระมัดระวังในการใช้อีเมล์ของตนเองลงทะเบียนตามเว็บไซต์ต่าง ๆ เพราะอาจจะทำให้ได้รับจดหมายขยะจากเว็บไซต์โฆษณาสินค้าหรือเว็บไซต์ที่มีไวรัส
9. ถ้าต้องการความปลอดภัยสูงขึ้นในการใช้งานอินเทอร์เน็ต สามารถติดตั้งโปรแกรมไฟร์วอลล์ บนเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันผู้บุกรุกจากภายนอกเข้าสู่เครื่องผู้ใช้

การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านจุดเชื่อมต่อสาธารณะอย่างปลอดภัย
1.   ผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือควรมีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันล่าสุด และอัพเดทโปรแกรมหรือฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอทันทีที่มีการแจ้งเตือน เพื่อป้องกันไวรัสชนิดใหม่ๆ ที่อาจทำอันตรายกับอุปกรณ์ของคุณ
2.  ควรติดตั้งโปรแกรมไฟร์วอลล์ เพื่อป้องกันการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือของคุณโดยผู้ไม่ได้รับอนุญาต และควรมั่นใจว่ามีการอัพเดทโปรแกรมอยู่เสมอ
3.    หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆ เนื่องจากอาจมีซอฟท์แวร์สอดแนม (Spyware) แฝงมากับไฟล์ด้วย
4.  หลีกเลี่ยงการทำรายการที่ใช้ข้อมูลบัตรเครดิต การทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงิน เนื่องจากซอฟท์แวร์สอดแนมสามารถแอบดักข้อมูลและเข้าถึงรหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต และบันทึกเว็บไซต์ที่ผู้ใช้เข้าถึงได้
5.   ซอฟท์แวร์สอดแนม เป็นซอฟท์แวร์ที่ออกแบบเพื่อสังเกตการณ์หรือดักจับข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ต โดยจะถูกติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ (ด้วยความยินยอมจากผู้ใช้หรือไม่ก็ตาม) เมื่อมีการดาวน์โหลดไฟล์ ซอฟท์แวร์ เกม หรือสกรีนเซฟเวอร์ จากเว็บไซต์ต่างๆ มายังอุปกรณ์ของเรา ซึ่งจะทำให้การใช้งานบนคอมพิวเตอร์ล่าช้า เนื่องจากการใช้ทรัพยากรระบบที่สูงเกินปกติ ส่งผลไปถึงความเสียหายของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้

          การใช้งานอินเทอร์เน็ตจากเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ
1.    ให้ปิดเว็บบราวเซอร์ทั้งหมดที่เปิดใช้งานหลังจากที่ใช้งานเสร็จแล้ว
2.    ล้างหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ (Cache) ในเว็บบราวเซอร์หลังจากที่ใช้งานเสร็จแล้ว ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่ผู้อื่นจะสามารถเขาถึงข้อมูลส่วนตัวของท่านได้
3.    ให้ล้างบันทึกประวัติการใช้งาน (History settings) ในเว็บบราวเซอร์หลังจากที่ใช้งานเสร็จแล้ว
4.    ไม่อนุญาตให้เครื่องคอมพิวเตอร์จำรหัสผ่านให้ เช่น จะต้องคลิกตัวเลือกการจำรหัสผ่านออก
5.    ไม่ป้อนข้อมูลลับหรือส่วนตัวที่เป็นความลับใดๆ โดยผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

บริการบนอินเทอร์เน็ต

 รูปแบบของการให้บริการบนอินเตอร์เน็ตสามารถกระทำได้หลากหลาย เช่น 
       1. จดหมายอิเลคทรอนิกส์ (Electronic Mail)

                 จดหมายอิเลคทรอนิกส์หรือที่เรียกกันว่า E-mailเป็นการสื่อสารที่นิยมใช้กันมากเนื่องจากผู้ใช้สามารถ
ติดต่อสื่อสารกับบุคคลที่ต้องการได้รวดเร็ว ภายในระยะเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะอยู่ในที่ทำงานเดียวกันหรืออยู่ห่างกันคนละ
มุมโลกก็ตามนอกจากนี้ยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยมาก
                 องค์ประกอบของ e-mail address ประกอบด้วย
                1. ชื่อผู้ใช้ (User name)
                2. ชื่อโดเมน Username@domain_name
                การใช้งานอีเมล สามารถแบ่งได้ดังนี้ คือ
               1. Corporate e-mail คือ อีเมล ที่หน่วยงานต่างๆสร้างขึ้นให้กับพนักงานหรือบุคลากรในองค์กรนั้น เช่น u47202000@dusit.ac.th คือ e-mail ของนักศึกษาของสถาบันราชภัฏสวนดุสิต เป็นต้น
               2. Free e-mail คือ อีเมล ที่สามารถสมัครได้ฟรีตาม web mail ต่างๆ เช่น Hotmail, Yahoo Mail, Thai Mail และ Chaiyo Mail
     2. การสืบค้นข้อมูลแบบเครือข่ายใยแมงมุม (Wold Wide Web : WWW)

                 เป็นการสื่อสารที่เติบโตเร็วที่สุดในอินเตอร์เน็ต ด้วยเหตุผลที่สำคัญคือง่ายต่อการใช้งานและสามารถ
นำเสนอข้อมูลกราฟิกได้ การใช้ World Wide Web เปรียบเสมือนการเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุดโดยหนังสือ
ที่มีให้อ่านจะสมบูรณ์มากกว่าหนังสือทั่วไป เพราะสามารถฟังเสียงและดูภาพเคลื่อนไหวประกอบได้ นอกจากนี้ยัง
สามารถโต้ตอบกับผู้อ่านได้ด้วย ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งคือข้อมูลต่าง ๆ จะมีการเชื่อมโยงถึงกันได้ด้วยคุณสมบัติ
ของ HyperText Link

                  WWW คืออะไร การใช้งานอินเตอร์เน็ตแบบ WWW (World Wide Web) เป็นเครื่องมือในการ
ให้บริการข้อมูลข่าวสารบนอินเตอร์เน็ตที่ใช้ได้ง่าย สามารถชมได้ทั้งภาพนิ่ง เสียง VDO แม้แต่ส่ง Pager หรือจะสั่ง Pizza ก็ได้
                  ในปัจจุบันมีโปรแกรมในลักษณะของ WWW อยู่หลายตัวและหลายเวอร์ชั่นมากมาย แต่ละตัว
จะเหมาะกับเครื่องคอมพิวเตอร์หลากหลายชนิด โปรแกรมที่จะพาผู้ใช้เข้าถึงบริการในลักษณะของ WWW เรียกว่า "บราวเซอร์" (Browser) ตามลักษณะของการใช้บริการดังกล่าวที่ดูเสมือนการเปิด หนังสือดู ไปทีละหน้า เหมือนการใช้ Online Help นั่นเอง